หลังเลิกเรียนวันนี้ ผมกะจะไปหาซื้อ rozen maiden มาอ่านซักเล่มด้วยความอยากรู้ว่า มันต่างกับเรื่องใน Anime ยังไง แต่.....วันนี้ผมกลับเหมือนโชคดียังไงไม่รู้ ไม่เจอ Rozen Maiden แต่กลับเจอหนังสือการ์ตูนไทยที่ผมคิดว่า เป็นหนังสือการ์ตูนไทยที่ดีที่สุดเท่าที่ผมเคยอ่านมา (ถึงแม้ลายเส้นไม่ค่อยสวยก็เถอะ ) ชื่อก็คือ

 

"Let's Rock"

 

 

[edit...ครับ] เห็นคนบอกให้เอาภาพลงมา เอามาแล้วนะครับผม

จริงๆแล้วผมรู้จักตั้งแต่ Cereal แล้วล่ะครับ แต่จู่ๆมันก็ไม่ได้ลงตีพิมพ์ แต่ผมจำชื่อมันได้อย่างดีเลย และจำคำพูดของตัวละครตัวหนึ่ง

เป็นการ์ตูนเกี่ยวกันคนเล่นดนตรีครับ เล่มเดียวจบ บางคนเห็นอาจจะมองข้ามไปครับ แต่สำหรับผม

นั่น อ่านแล้วรู้สึก

 

 

"โคตรประทับใจคนเขียนมากครับ "

 

 

โดยคนเขียนได้แบ่งไว้ 3 ช่วงครับ

ช่วงที่ 1 คนเขียนตั้งใจสะท้อนถึงกระแสของการฟังเพลงของคนไทยเป็นภาพรวมนั้นหมายถึงวัยรุ่นเป็นส่วนใหญ่ (ไม่รวมผู้ใหญ่นะครับ) โดยฉากที่ผมประทับใจสุดก็คือ พระเอกกำลังไปเมาเหล้าที่ผับ (พระเอกเป็นนักดนตรีต่างชาติครับ ชีวิตกำลังเหลวแหลก คิดจะเลิกเล่นดนตรีเพราะแฟนโดนฆ่าต่อหน้าต่อตา แถมโดนยิงที่มือเป็นรอยแผลให้ระลึกถึงด้วย) แล้วต่อมาจู่ๆก็มีคนมาเล่นเพลง ที่ชื่อว่า "Behind Blue Eyes" ของวง "The Who" (วงนี้ถือว่าเป็นวงที่บุกเบิกแนว progressive : ข้อมูล progarchives.com) พระเอกฟังแล้วก็รู้สึกว่า เหมือนมีอะไรมากระตุ้นให้เขากลับมาเล่นดนตรีอีกครั้ง แต่ก็มีคนตะโกนด่าให้ออกจากผับเพราะว่า "เล่นเพลงคนแก่" พระเอกออกหน้า และพูดประโยคที่น่าประทับใจว่า

 "ดนตรีทุกแนวมันมีเสน่ห์อยู่ในตัวของมัน ห้ามไปดูถูกมันเด็ดขาด"   

ต่อมาพระเอกได้เข้าไปคุยกับคนที่เล่นเพลงตะกี้ และเขาก็ได้บอกว่าเขาเจอมาเยอะแล้วไอ้พวกแบบเนี้ย และพูดประโยคหนึ่งคือ

 "พวกคนประเภทที่ฟังเพลงตามกระแสนิยมอย่างฉาบฉวย คนประเภทนี้น่ะ ไม่สนใจหรอกว่า เพลงจะดีหรือจะไม่ดียังไง ขอแค่กำลังอินเทรนด์ก็พอ ในฐานะที่เป็นนักดนตรีพอเห็นคนฟังเพลงเป็นซะแบบนี้แล้วก็รู้สึกเศร้าใจ"

คำพูดนี้สะท้อนให้เห็นถึงรสนิยมการฟังเพลงของคนฟังเพลงลักษณะของ "ตามกระแส" ขออินเทรนด์ไว้ก่อน ไม่งั้นตกกระแส วงนี้เจ๋งเลย เพลงโดน, เพราะ เป็นต้น ผมก็พบเจอมาบ้าง แต่หลังจากมีวงใหม่ ก็จะทิ้งวงเก่าที่ชอบ บางทีก็ไม่กลับมาสนใจ แล้วก็บางทีดูถูกกันบ้าง แต่บางสิ่งของคนประเภทนี้ที่ผมไม่ชอบสุดก็แบบในการ์ตูน ที่ผมได้เล่าตัวอย่างไปแล้ว ว่าพอเห็นเพลงเก่าๆแบบนี้ ก็กลับหาว่าเล่นเพลงคนแก่บ้าง เล่นเพลงโบราณ เพลงอะไรฟังไม่รู้เรื่อง เก่า ห่วย ไม่เร้าใจ บางทีก็ดูถูกเพลงว่ากระจอก (ถ้าหาว่า Pink Floyd กระจอกนี่คงจะอยู่ไม่ได้ถึงวันนี้หรอกหรือ) เพราะทุกวันก็มีแต่เพลงที่มีลักษณะของ "เพลงไทยสากลระบบการตลาด" ทุกๆวัน 

เคยเจอมาเหมือนกันครับ  Dream Theater ช่วงมกรา '51 ทัวร์ Chaos in Motion (ผมไม่ได้ไปดูครับ รู้สึกเสียดายเหมือนกัน) ที่ผ่านมา ผมเห็นมีการตั้งกลุ่มทาง hi5 และ ทำ webboard ต่างๆมากมาย พูดว่าหลายอย่างว่าชอบเพลงนี้ เพลงนี้ดี ไม่ดี ประมาณคือ ไม่ได้รู้หมดแต่ก็พูดเหมือนรู้ อาจรู้แค่อัลบัมล่าสุดของแกคือ "Systermatic Chaos" (คิดว่าเพลง Constant Motion ล่ะครับ) ฟังตามกระแส  ผมคิดว่า การทำลักษณะนี้ มันเหมือนทำให้ภาพลักษณ์แฟนคลับดีๆ, วงดูเสื่อมลง เพราะจำนวนของคนที่ฟังมากมายภายในช่วงที่วงกำลังออกอัลบัมใหม่ๆ็ เป็นแค่ตัวเลขในช่วงเวลาหนึ่งๆเท่านั้น พอวงไม่ค่อยจะโปรโมทอะไรแล้ว คนกลุ่มนี้ก็จากไป ไปตามกระแสวงอื่นต่อ ทำให้จำนวนความนิยมหายไป นี่คือตามกระแสในความคิดผมที่เจอมาครับ 

 

ช่วงที่ 2 ของการ์ตูนเรื่องนี้ไม่ได้กล่าวอะไรที่สำคัญต่อวงการเพลงมากครับ ผมเลยไม่ขอยอมาพูดนะครับ  (แต่วาดนางเอกน่ารักดีนะ megane  แล้วแถมเล่นเบสเหมือนผมซะด้วย )

 

มาถึงช่วงที่ 3 ครับ ช่วงนี้ผมว่าเป็นช่วงที่ดีที่สุดเลยก็ว่าได้

ในส่วนนี้เป็นส่วนนี่กล่าวถึง "สภาพของวงการเพลงไทยสากล" โดยมีวงดนตรีเล่นแนว indy ในเนื้อเรื่อง  โดยพระเอก(มือกลอง)ในส่วนนี้ได้ถ่ายถอดออกมาอย่างดีครับ ประโยคอย่างแรกที่ตัวเอกพูดผมอ่านแล้ว รู้สึกว่า "นี่แหละวงการเพลงไทย"

"ประเทศไทย ประเทศที่รูปร่างหน้าตาของศิลปินสำคัญกว่าฝีมือ"  

"ต่อให้คุณร้องเพลงห่วยแตกแค่ไหนคุณก็เป็น Idol ของวงการเพลงได้"                            

"หรือถ้ารูปร่างดีหน่อยละก็ สามรถขายแนว SEXY จนโกอินเตอร์ได้เช่นกัน"                        

"หรือถ้าไม่ work ทั้งหน้าตาและความสามารถ ก็ใช้เงินยัดแค่นี้ก็ดังได้แล้ว" 

ต่อมาทางวงได้เจอแมวมองของค่ายแห่งหนึ่ง ให้ข้อเสนอต่างๆ จนทางวงก็ได้รับไป และได้ไปอยู่สังกัดนั้น 

ต่อมาหลังจากได้ไปอยู่สักพัก ทั้งวงก็ยังถูกบังคับให้ตีไปในอีกแนวนึง ซึ่งก็ไม่ใช่แนวของพระเอกที่เขาตีอยู่ แต่ producer ก็ยังให้เปลี่ยน คำที่ producer พูด มันสื่อให้เห็น จุดประสงค์ที่ "ดูดเงิน" เข้าสังกัด ไม่ได้หวังที่จะให้ศิลปิน โด่งดังโดยมีเอกลักษณ์ของตัวเอง แต่หวังที่จะเอาชนะทางการตลาด (จริงอยู่ครับที่ธุรกิจทุกแห่งนั้นก็ย่อมอยากได้ผลกำไรสูงขึ้น แต่ทั้งนี้ถ้าเกิดเป็นธุรกิจดนตรี ผมว่าก็ไม่ควรจะทำให้กระทบถึงนักดนตรีแบบนี้นะ) 

พระเอกก็เริ่มขุดคิดว่า "นี่น่ะหรอ ค่ายเพลงอันดับหนึ่งของประเทศ" แต่เพื่อนอีก 2 คนกลับคิดว่า "ก็ดีเหมือนกันจะได้รวยๆกันซักที" จิตวิญญาณของนักดนตรีหายไปกับคำว่า "การตลาด" แล้ว

ดำเนินเรื่องไปเรื่อยๆก็ใกล้จุดสำคัญของเรื่อง หลังจากขายแผ่นได้ดีมากก็จัดงานเลี้ยง ขณะที่พระเอกเข้าห้องน้ำไป ก่อนจะออกจากห้องส้วม ก็ได้ยินเสียง producer กับ แมวมองคุยกันลักษณะว่า 

"วงดนตรีขยะๆแบบนั้นยังปั้นมาได้ ; เห็นตอนนี้กำลังฮิตกระแส indy เลยจับมาแค่นั้น แถมยังมีแฟนๆเยอะอีก"

"เจ้าพวกนั้นเองก็โง่เป็นบ้าเพื่อชื่อเสียงจอมปลอมและเศษเงินนิดหน่อย

ก็ยอมเปลี่ยนตัวเองเป็นสินค้าอย่างง่ายดาย"   

พอพระเอกได้ยินคำนี้ก็ซัดมัน 2 คนเลย  

หลังจากนั้นพระเอกได้ออกจากวง และทำการฟอร์มวงใหม่อีกครั้งหนึ่ง เพื่อที่จะตามแนวทางของเขาจริงๆ  

 

ผมว่าการ์ตูนเรื่องนี้ดีมากๆ ทำให้เห็นว่า หากเข้าไปแล้วก็จะถูกกำหนดมากมาย ต้นสังกัดจะทำให้เรามาอยู่ในฐานะนักดนตรีได้  แต่ทุกอย่างก็ต้องอยู่ภายใต้การกำหนดต่างๆ ซึ่งบางทีก็อาจจะขัดกับใจของเรา เพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับ Producer ผู้ควบคุมต่างๆ อาจจะไม่ได้เป็นดั่งที่คาดหวังไว้ (จริงอยู่ที่ต้องมี Producer ไม่งั้นใครจะมาดูแลเพลงทั้งหมดให้เรา แต่ถ้าได้ Producer ที่ควบคุมไปหมดซะทุกอย่างแบบในเรื่องมันก็แย่หน่อยนะครับ) แถมเรื่องนี้ยังพูดถึงกลุ่มของคนฟังเพลงตามกระแส ติดตามเทรนด์เพลงใหม่ๆ ไม่มีจุดหลักจุดยืนแนวดนตรีที่เราชอบแน่นอน

ผมให้เนื้อเรื่องเต็ม 10 เลย  

กระผมขอขอบคุณที่เสียเวลาอ่าน Blog ของผมครับ ยาวเหลือเกิน 

ขอบคุณครับผม 

 

edit: นานแล้วครับผมไม่ได้เข้า blog  เห็นว่ามีคนอ่านแล้วชอบผมก็ต้องขอบคุณมากๆครับที่อุตส่าห์มาอ่านบล็อกธรรมดาของผม ผมจะ edit ข้อความเนื้อหาไปบ้างเพื่อไม่ให้มันดูถือหรือเสียดส่อล่อเป้าไป ตอนนั้นที่ผมเขียนก็ยอมรับว่าใส่อารมณ์เขียนเอามาก ยังแยกอะไรไม่ค่อยถูก อยากจะด่าใครก็อยากด่า กลับมาอ่านอีกทีมันก็รู้สึกผิดที่เขียนออกมาลักษณะนี้ ยังไงก็ต้องขอด้วยครับเพื่อไม่ให้เกิดการแตกแยกทะเลาะกัน แต่จะยังคงเนื้อหาหลักๆไว้อยู่นะครับ ขอโทษด้วยจริงๆครับ อีกอย่างผมไม่ได้เขียนว่า Spoiler อีก ต้องขอโทษด้วยจริงๆครับ 

edit @ 24 Feb 2010 18:31:17 by Shi-Taisan

edit @ 24 Feb 2010 18:33:33 by Shi-Taisan

Comment

Comment:

Tweet

ปล.2

ขออณุญาตินำบทความไปลงในเวปบอร์ดกีตาร์ไทยนะครับ

big smile
สปอยเรียบเลย

แต่มันเป็นแบบนั้นจริงๆครับ

ผมยอมจะอยู่กับค่ายอิศระมากกว่าไปอยู๋ค่าย g หรือ r ในตอนนี้

เพราะว่ากลายเป็นธุรกิจเต็มรูปแบบไปแล้ว

เศ้รา


ปล.จขบ รบกวนสอนวิธีลงนาฬิกา น้องนู๋ข้างๆนี่ด้วยครับ ลืมชื่อไปแล้วอ่าาา
นี่ถ้าเขียนการ์ตูนเกี่ยวกับการศึกษาไทยมันจะมีเรื่องให้เขียนเยอะแน่เลยครับ แบบว่า ระบบการเรียนที่มุ่งให้เก่งอย่างเดียว แล้วก็ต้งเรียนพิเศษ แล้วก็ตอนสอบ เดี๋ยวนี้เห็นเปลี่ยนกันบ่อยจังครับ คือแบบว่าอยากเห็นการ์ตูนที่เขียนเกี่ยวกับชีวิตนักเรียน มอปลาย ของไทยมั่งครับ ว่าเป็นไง เหอะๆๆๆๆๆๆ คงสนุกน่าดูอ่ะครับ

#12 By วะมาครับ (72.183.125.44) on 2009-05-29 10:23

อยากให้มีภาคต่อจัง

#11 By (124.121.68.47) on 2009-05-24 14:58

Hot!

+ เม้นท์ช้าไปไหมคะเนี่ย

+ แต่อ่านแล้วมันโดนมาก ><

#10 By mineme on 2008-12-07 16:25

เอาไงเอากันฟ่ะ - -

#9 By XuouVu on 2008-05-08 19:58

Hot! โหวตให้ด้วย
ชอบจริงๆ
ใครที่ยังไม่อ่านไปซื้ออ่านจะดีมาก

#8 By phil_wc - Music - on 2008-04-25 21:28

น่าสนใจมากๆ ครับ

#7 By ไอ้แอ้มตองสาม (58.8.120.45) on 2008-04-25 21:11

น่าสนใจแฮะ ๆ

#6 By (58.8.120.45) on 2008-04-25 21:11

คิดมาได้ เนอะ...

#5 By "Me" on 2008-04-25 21:09

Hot! Hot! Hot!
โดนทุกข้อ จริงทุกข้อ ใช่เลย
เห็นด้วยตรงที่ว่า
"ต่อให้คุณร้องเพลงห่วยแตกแค่ไหนคุณก็เป็น Idol ของวงการเพลงได้"

ใช่ถูกต้อง..

#4 By l)eityZel2o♥ on 2008-04-25 20:52

เรื่องนี้อ่านแล้ว cry
ใช่ๆ เนื้อเรื่องดี สะท้อนเลยว่าสังคมนั้น -- เฮ้อ sad smile

ชอบเช่นกันค่ะ surprised smile

#3 By * a o M * on 2008-04-25 20:51

สุดยอดครับ ในฐานะนักกีต้าร์คนนึง เนื่อเรื่องดีมากๆ ครับ ถ้าเป็นไปได้อยากได้รูปเรื่องจะได้หาซื้อมา

เพลงแก่ แล้วเป็นไงฟะ ถึงไงตูก็ชอบเพลงแก่ เอ็งคิดว่ามันง่ายเรอะไง บอกให้เพลงเก่าบางเพลงมันยากกว่าเพลงใหม่หลายเท่ารู้ไว้ซะด้วย เพลงเก่าบางเพลงก็อมตะว่าจริงไหมครับ ไอ่พวกตามกระแส เด๋วเปลี่ยนไปชอบวงนู้นเด๋วมาวงนี้ นี่มันยังไงของมันฟะ - -

ไอ่คำพูด "เจ้าพวกนั้นเองก็โง่เป็นบ้า เพื่อชื่อเสียงจอมปลอมและเศษเงินนิดหน่อยก็ยอมเปลี่ยนตัวเองเป็นสินค้าอย่างง่ายดาย" ฉุนชิหาย เป็นผมเอามันตายแน่

แล้วถ้าไม่เล่นตาม สไตล์ ตัวเอง ผมก็ว่ามันไม่มีความสุขหรอกครับangry smile

ว่าแต่เป็นเบลดเหรอครับ อยู่วงอาราย open-mounthed smileหุหุถามไปงั้นๆ

#2 By Fake_Boy on 2008-04-25 20:48

ชอบมากเรื่องนี้
สุดยอก อ่านแล้วมันก็คือเรื่องจริงในสังคมนี่แหละ

#1 By phil_wc - Music - on 2008-04-25 20:47